ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๗

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ ประธานการกำกับการผลิตและจัดสร้างภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติร่วมแถลงข่าวโครงการจัดสร้างภาพยนตร์สารคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ประกอบด้วยภาพยนตร์ ๔ เรื่อง ได้แก่ ทศวรรษแรกของการทรงงาน  ชัยชนะบนแผ่นดินอีสาน ด้วยรัก และ เสียงจากแดนใต้ ซึ่งเนื้อหาได้ถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรในภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคใต้ ตามลำดับ  ดำเนินงานโดย สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และก่อนที่มีการเผยแพร่ทั่วประเทศนั้น พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้เสด็จเป็นองค์ประธาน ในการฉายภาพยนตร์ ในรอบปฐมทัศน์ วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๗  ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย รอยัลแกรนด์เธียเตอร์  สยามพารากอน ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมชมภาพยนต์รอบปฐมทัศน์จะประกอบด้วย องคมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ปลัดกระทรวง ผู้บริหารจากภาครัฐ-เอกชน ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต้นแบบ และสื่อมวลชน

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

สำหรับการเผยแพร่ การรับชมภาพยนตร์ทั้ง ๔ เรื่อง จัดฉายในวันที่ ๑๐ -๑๑ สิงหาคม   ณ บริเวณลานพระราชวังดุสิต และวันที่ ๑๒ สิงหาคม ณ บริเวณท้องสนามหลวง รวมทั้งสามารถรับชมได้จากสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย สถานีโทรทัศน์ทุกแห่ง ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๕ สิงหาคม ส่วนในต่างประเทศและประชาชนสามารถรับชมผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ตั้งแต่วันที่ ๑๒ สิงหาคม เป็นต้นไป

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ  เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ  ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทุกหมู่เหล่า ร่วมกันถวายความจงรักภักดี และถวายพระพรให้พระองค์  ทรงมีพระชนมายุยั่งยืนนาน มีพระเกษมสำราญ ปราศจากโรคาพยาธิ พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนร่วมกันประพฤติตนเป็นคนดี รู้จักหน้าที่ของตนเอง รู้รักสามัคคี และน้อมนำพระราชดำรัส และพระราชเสาวนีย์ ของพระองค์ มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไป

…………………………………………………………………………………

เรื่องย่อ
ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพื้นที่ภาคกลาง

“ ทศวรรษแรกของการทรงงาน ”

๓ เหตุการณ์ เกิดขึ้นใน ๒ หมู่บ้านชนบทของอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินจากพระราชวังไกลกังวล ที่ประทับ ไปทรงสำรวจภูมิประเทศละแวกนั้น

หมู่บ้านเขาเต่าอยู่ริมทะเล ขณะที่หมู่บ้านห้วยมงคลอยู่ในป่าเขา… แต่ความทุกข์ยากของชาวบ้านทั้งสองพื้นที่ ก็ไม่รอดพ้นสายพระเนตร และนี่คือการทรงงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทศวรรษแรกของพระเจ้าแผ่นดิน และ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ

 

ทั้งบ้านห้วยมงคล และ เขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นเสมือนชุมชนที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก  หนทางเข้าบ้านห้วยมงคล เป็นเพียงทางเกวียน เป็นหลุมบ่อ จะนำพืชผักออกมาขายก็ยาก  เจ็บป่วยก็เดินทางออก มาหาหมอด้วยความยากลำบาก บ้างก็เสียชีวิตกลางทาง แม้ว่าจะห่างจากตลาดหัวหินเพียง ๓กม. เท่านั้น   ส่วนที่เขาเต่ามีเพียง โรงเรียนเล็กๆ แห่งเดียวให้ลูกหลานของคนที่นี่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีโรงพยาบาล ไม่มีอาชีพที่มั่นคง ไม่มีแม้กระทั่งน้ำจืดที่เพียงพอ

 

เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จแปรพระราชฐาน ณ วังไกลกังวล หัวหิน ใน พ.. ๒๕๐๘  จะทรงขับรถไปเยี่ยม ราษฎรในพื้นที่ในหมู่บ้านรอบบริเวณ อ.หัวหินเสมอ แต่ในเวลานั้น ใกล้ก็เหมือนไกล เพราะไม่มีถนนเข้าหมู่บ้าน ทุกครั้ง ที่รถตกหล่ม ก็จะมีชาวบ้าน หนุ่มบ้าง เด็กบ้างมาช่วยกันเข็น โดยพวกเขาไม่ทราบเลยว่า นั้นคือรถของในหลวง  สิ่งที่ พระองค์ทอดพระเนตรเห็น.. ไม่ไกลจากจุดที่รถพระที่นั่งติดหล่มคือ ภาพชาวบ้านที่หาบน้ำด้วยความเหนื่อยยาก และ ภาพนั้นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอ่างเก็บน้ำเขาเต่า

 

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมราษฎรที่เขาเต่าทรงพบหญิงซึ่งมีสามีเป็นชาวประมง และทำมาหากินไม่พอเลี้ยงครอบครัว จึงทรงชักชวนให้หัดทอผ้า และโปรดเกล้าฯ ให้ครูจากราชบุรีมาสอน ใครทำได้ดีมีฝีมือ และขยัน จะได้รับเหรียญจารึกว่า “พระราชทานคนขยัน” เป็นกำลังใจ  ทำให้หญิงชาวบ้านเขาเต่ามีรายได้พิเศษจาก อาชีพเสริมและมีความรู้ด้านการทอผ้าตั้งแต่นั้นมา

 

และเมื่อเสด็จฯ เยี่ยมหมู่บ้านห้วยมงคล รถพระที่นั่งของทั้งสองพระองค์ก็ตกหล่มโคลนนับครั้งไม่ถ้วน การเข้าไป          สำรวจพื้นที่ทุรกันดารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเวลานั้นเพื่อต้องการดูว่าสภาพปัญหาในภูมิประเทศจริงกับ     ที่ทรง ศึกษามานั้นสอดคล้องกันหรือไม่ พระองค์จึงทรงให้สร้างถนน เพื่อให้การเดินทางจากบ้านห้วยมงคลไปยัง อ.หัวหิน ใช้เวลา เพียง ๒๐ นาที ไม่ต้องใช้เวลาเป็นวันๆ อีกต่อไปชาวบ้านสามารถวางแผนการเพาะปลูก เก็บ เกี่ยวผลผลิต มีน้ำอุดมสมบูรณ์ และมีผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ส่งขายตลาดทันเวลา สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้ ไม่ใช่แค่ ถนนเท่านั้น แต่คือการเข้าถึงหัวใจของประชาชน

 

นี่คือ “ทศวรรษแรกของการทรงงาน” ที่บอกเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์ของชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ และลูกหลานของ พวกเขา ถ่ายทอดผ่านคำพูด ที่สะท้อนภาพความรักความห่วงใยที่มีต่อราษฎรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเรื่องราวในครั้งนั้น ถือเป็นจุดกำเนิดของโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ ด้านน้ำ การพัฒนาชนบท และงานศิลปาชีพ ที่ทั้งสองพระองค์ทรงร่วมกันสร้างไว้.. และขยายผลอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมากกว่า ๔,๐๐๐  โครงการ

…………………………………………………………………………………………………………………………………..

 

 

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพื้นที่ภาคอีสาน

“ ชัยชนะบนแผ่นดินอีสาน ”

“ธงชัย” เด็กหนุ่มลูกอีสาน ที่อพยพเข้ามาในเมืองหลวง เขาก็เป็นเหมือนกับคนอีสานทั่วไป พยายามที่จะสร้าง ชีวิตตนเองให้ดีขึ้น มีพ่อเป็นชาวนาที่ต้องผจญกับความแร้นแค้น ยากจนและแห้งแล้งในผืนดินภาคตะวันออกเฉียง เหนือ  วันหนึ่ง เขาชวนภรรยา “พิม” สาวกรุงเทพ   ที่ไม่เคยสนใจหรือรับรู้เรื่องราวความเป็นอยู่ของ คนต่างจังหวัด  กลับไปหาพ่อเขาที่อีสาน  พิมไม่สู้จะเต็มใจนัก เพราะต้องเจอกับความไม่สะดวกสบาย  แต่เมื่อพิมได้ สัมผัสกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้พบเห็นตลอดเส้นทาง  ความคิดของเธอกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

อีสานในวันนี้ได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว เขาทั้งสองพบว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ทรงสร้างแหล่งน้ำ สร้างป่า พลิกฟื้นผืนดินให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเป็นหลักในการสร้างชีวิตที่ยั่งยืน และมั่นคง โดยวิธีระเบิดจากข้างใน พัฒนาโดยไม่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ด้วยหลักการทรงงาน เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา  และใน ขณะเดียวกัน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ทรงฟื้นฟู ภูมิปัญญาท้องถิ่น งานฝีมือ เพื่อเสริมรายได้ สร้างอาชีพ แก้ปัญหา ด้านสังคม ทุกข์สุขในครอบครัว  การทำสงครามกับความยากจนของทั้งสองพระองค์ เริ่มขึ้นด้วย ศาสตร์ของ การพัฒนา  

หนุ่มสาวทั้งสองได้รับรู้เรื่องราวของ ป้าวงเดือน อุดมเดชาเวทย์ แห่งบ้านนาหว้า จังหวัดนครพนม ที่เคยได้นำผ้าไหมมัดหมี่มาถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ   พระองค์ตรัสชมถึงความงดงามของผ้าไหม และทรงส่งเสริมให้ ชาวบ้านทอผ้าไหมเพื่อเป็นอาชีพเสริม นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงริเริ่มโครงการศิลปาชีพขึ้น เพื่อช่วย ให้การศึกษาลูกหลานชาวไร่ชาวนา นำภูมิปัญญาพื้นบ้านมาสร้างสรรค์งานจนกลายเป็นศิลปะของแผ่นดิน ขณะที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ให้ความดูแลใกล้ชิดกับครัวเรือน สตรี เด็ก คนชรา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงงาน เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อสร้างพื้นที่เกษตรกรรมให้แก่หมู่บ้าน รวมไปถึงการริเริ่มการทำเกษตรทฤษฎีใหม่

 

ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯ เยือนพื้นที่ภูพาน สกลนคร จากนั้นได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง ศูนย์ศึกษาการ พัฒนาภูพาน ขึ้น เพื่อศึกษาปัญหาทุกด้านที่เกิดขึ้นในอีสาน ทรงสร้างอ่างเก็บน้ำ ฝายชะลอน้ำ จนกระทั่งป่ากลับมา ชุ่มชื้นงอกงามอีกครั้ง  ให้ชาวบ้านได้อาศัยเก็บของป่า และ เป็นแหล่งน้ำสำหรับไร่นา ทรงต่อสู้กับลัทธิคอมมิวนิสต์ โดยใช้การพัฒนาเป็นอาวุธ ด้วยการเสด็จฯไปเปิดโรงเรียนร่มเกล้า ในพื้นที่สีแดง ที่บ้านหนองแคน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนมเพราะการศึกษาเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ชาวบ้านรู้เท่าทันการโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์

 

สถานที่ทุกแห่งที่พิมและธงชัย ได้เข้าไปสัมผัสและรับรู้ความเป็นมา ภาพทุกภาพที่ได้เห็น เสียงทุกเสียงที่ได้ยิน ทำให้เขาทั้งสอง เปลี่ยนมุมมองความคิด และตัดสินใจอะไรบางอย่าง และนั่นเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า พระราช ประสงค์ในการต่อสู้กับ ความยากจน เพื่อให้ชาวอีสานสามารถพึ่งพา ตนเองได้อย่างยั่งยืน บรรลุผลแค่ไหน

 

พวกเขาเรียนรู้แล้วว่าในหลวงและพระราชินีของพวกเขา ทรงให้อะไร และทรงต้องการอะไร

ความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ได้อย่างยั่งยืน นั่นเอง คือ ชัยชนะ..บนแผ่นดินอีสาน

 

…………………………………………………………………………………………………………

 

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพื้นที่ภาคเหนือ

“ด้วยรัก”

แม้ว่าเขาและเธอจะอยู่ต่างที่ต่างถิ่นกัน แต่ด้วยรักที่มีนั้น นำทางพวกเขาให้ออกเดินทางเพื่อมุ่งสู่จุดหมาย เดียวกัน  จากยอดดอย…สู่เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร

อายูง หญิงชาวอาข่ากับ พิจิตรา ครูศิลปาชีพโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ บ้านห้วยหญ้าไซ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย พิจิตราครูจบใหม่ที่ยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่าป่าสร้างคน คนสร้างป่าคน น้ำ ป่า ต่างต้องพึ่งพากัน แต่เมื่อเธอได้เปิดใจมองทุกสิ่งรอบๆ ตัว และเป็นส่วนหนึ่งของชาวบ้าน ทำให้เธอ เข้าใจในงานของพระราชินี ที่ทรงให้ คนอยู่ร่วมกับป่า โดยสร้างป่าให้แข็งแรง คนก็จะแข็งแรง และเธอก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานที่ต้องพึ่งพาอาศัย กันระหว่าง คน และป่าอายูงผู้ซึ่งไม่เคยยอมปักผ้าให้เธอ ก็ลงมือปักผ้าอาข่าผืนงามให้กับเธอ

เรื่องราวของ แถมบือชาวกะเหรี่ยง กับโสรัตน์ ลูกชายของเขาผู้ซึ่งอยากเข้าไปทำงานในเมืองใหญ่ โสรัตน์ สงสัย ถึงผลไม้ในกล่อง ว่าอะไรที่ทำให้พ่อเขาภูมิใจมากมาย จนกระทั่งเขาได้รับรู้ว่า พ่อชราของตัวเองนั้นคือคนกลุ่มแรก ที่ถวายฎีกาของานพระราชินีทำ จนเกิดฟาร์มตัวอย่างบ้านขุนแตะ โครงการพระราชดำริที่ทุกคนบอกว่ามีแต่จะขาดทุน แต่พ่อของเขามุ่งมั่นที่จะทำให้พระราชินีไม่ขาดทุน ….ด้วยรัก และกตัญญูต่อพระราชินี ผู้ที่ทำให้คนจนๆ มีงาน มีอาชีพ ทำกิน ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานไปไหน

เรื่องราวของ พิชิต กะเหรี่ยงบนดอยขุนยวม กับเด็กชายไม้ตัวแสบ ที่แอบเอากล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ที่ หายากออกจากป่า จนกล้วยไม้ป่า เฉาตายไปต่อหน้าต่อตา  พ่อของ  .ไม้ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงวางแผนให้ลูก ชายได้เรียนรู้จักกับคำว่า “ปลูกป่าในใจคน” ลุงพิชิตได้พาเข้าไปในป่าสวรรค์ และที่นั่น  ไม้ตื่นเต้นมากเมื่อรู้ว่า กล้วยไม้สวยงามเหล่านั้นพระราชินีทรงอนุรักษ์ไว้ไม่ให้สูญพันธุ์ไปจากแผ่นดินไทย เขาจึงอาสาช่วยพ่อ และลุงพิชิต รักษากล้วยไม้ให้กับพระราชินีด้วยอีกแรง

การเดินทางเข้ากรุงเทพของคนสามคู่ หกชีวิต ก็ต้องสะดุดลง ทั้งหมดเพิ่งรู้ว่า ต่างคนต่างกำลังเดินทางไป ร่วมงานวันแม่ที่สนามหลวงเหมือนกัน  หลังจากพยายามทุกวิถีทางที่จะไปให้ทันเวลา แต่สุดท้ายก็หมดหนทาง ในที่ สุด พวกเขาก็ได้มีโอกาสจุดเทียนร่วมร้องเพลงถวายพระพร แม้ว่าจะไปไม่ถึงจุดหมาย แต่การแสดงออกถึงความรัก ที่มีต่อพระราชินีของพวกเขานั้น ก็ไม่ได้น้อยลงไปเลย

…………………………………………………………………………………………………………

 

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพื้นที่ภาคใต้

“เสียงจากแดนใต้”

เมื่อกลุ่มเพื่อนนักศึกษาวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ได้รับโจทย์จากอาจารย์ให้ไปหาแรงบันดาลใจจากดินแดน ภาคใต้ เพื่อนำกลับมาแต่งเป็นเพลงที่ต้องใช้ในการแสดงของคณะ พวกเขาและเธอทั้ง ๔คน จึงออกเดินทางเก็บเกี่ยวเรื่องราวอันน่าประทับใจเพื่อมาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวและกลั่นกรองออกมาเป็นบทเพลง

จ๊อด ชายหนุ่ม ผู้มุทะลุ พาแซกโซโฟนคู่ใจของเขา ไปค้นพบเรื่องราวท้องทะเลบ้านทอน จ.นราธิวาส ที่นั่น บังรุสดีเล่าถึงอดีตชาวประมงบ้านทอน ต้องทิ้งถิ่นไปทำมาหากินที่อื่นเพราะปลาในท้องทะเลหายไป จ๊อดสงสัยแล้วทำ ไมตอนนี้ถึงอุดมสมบูรณ์ บังรุสดีจึงได้สอนจ๊อดทำซั้งกอเพื่อให้ปลาเล็กปลาน้อยมาอยู่อาศัย  บังรุสดีและชาวประมง บ้านทอนทำซั้งกอเพื่อสานต่อจากโครงการปะการังเทียมที่พระราชินีทรงเริ่มไว้ให้ ท่านทรงช่วยเหลือให้ชาวเลได้กลับ มาใช้ชีวิตอยู่กับทะเลอีกครั้ง

ปิ๊ก มือเชลโล สาวห้าวประจำกลุ่ม กับเรื่องราวของคนในป่าพรุ ชาวบ้านที่ยากจนที่สุดแห่งเนินธัมมัง จ.นครศรีธรรมราช พี่จุไร สาวชาวป่าพรุ ได้เล่าถึงพระเมตตาของพระราชินีที่ให้ครูศิลปาชีพมาสอนอาชีพให้ ชาวบ้าน จึงไม่ต้องทิ้งบ้านไปไหนอีกต่อไป พวกเขาหัดทอผ้า ทำจักสาน  ทำมาหากินได้พอเลี้ยงตัว แต่สิ่งที่ทำให้ปิ๊กตะลึง และคาดไม่ถึงคือ ผ้ายกทอเมืองนครฯ ที่ทำจากเส้นทองคำแท้ๆ ซึ่งเธอบังเอิญไปพบที่ห้องเก็บผ้า เธอจึงได้รับรู้ว่าพี่จุไร และชาวบ้านเนินธัมมัง ได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตจากพระราชินี ที่ทรงวางใจให้ทอผ้าพื้นเมืองเก่าแก่ในราชสำนัก เพื่อใช้ในการแสดงโขนพระราชทาน ปิ๊กได้สัมผัสใกล้ชิดกับงานศิลปะชั้นสูง มันทำให้สาวห้าวอย่างเธอเรียนรู้ ชีวิตอีกด้านซึ่งไม่เคยมองเห็นและได้ยิน

บูม มือเพอร์คัสชั่น ผู้เกิดมาพร้อมกับคำถามมากมาย เขาเดินทางไปยัง ท้องทุ่งนาบางแก้ว จ.พัทลุง ที่นั่นเขาได้ลิ้มลองข้าวสังข์หยดแสนอร่อยจากลุงเชิด ลุงเชิดเล่าว่าข้าวสังข์หยดอร่อยล้ำขนาดนี้ยังเกือบสูญพันธุ์ หากไม่ได้พระราชินีทรงช่วยเหลือ ข้าวพันธุ์พื้นเมืองก็ต้องสูญหายไปตามกระแสสังคมเมือง ลุงเชิดผู้เป็นชาวนามาทั้งชีวิต ท้าทายให้หนุ่มนักดนตรีอย่างบูมลองฟังเสียงข้าวว่าได้ยินเรื่องราวอะไรบ้าง และในที่สุด ท้องทุ่งนา วิถีของชาวนา ก็สอนให้บูมเข้าใจถึงความหมายของคำว่า “ข้าวพระราชินี” ข้าวที่ท่านทรงรักษาจิตวิญญาณของชาวนาไว้ไม่ให้ หายไปจากชาวนาพัทลุง

เปรียว หญิงสาวนักไวโอลินผู้ซึ่งเพิ่งสูญเสียบิดา เธอจมปลักอยู่กับความเศร้าโศก แม้แต่ไวโอลินที่เธอรัก เธอก็ไม่ อยากที่จะเล่นมันอีกต่อไป สิ่งนี้ทำให้เธอกับเพื่อนๆ ในวงต้องผิดใจกัน แต่ด้วยคำพูดของป้าอ้อยใจ หม้ายสาวผู้ ซึ่งผ่านการสูญเสียคนรักเช่นกัน ได้เล่าถึงความเป็นมาของหมู่บ้านแม่หม้าย รอตันบาตู จ.นราธิวาส ทำให้เปรียว ต้องฉุกคิด ถ้อยคำของป้าอ้อยใจที่อธิบายถึงคำสอนของพระราชินี ที่สอนให้คนลุกขึ้นยืนหยัดเข้มแข็ง ก้าวพ้นความ เจ็บปวด ช่วยเหลือดูแลกันและกัน ทำให้จิตใจเปรียวดีขึ้น ยิ่งเมื่อเปรียวได้พบกับอามีนะห์ เด็กมุสลิมตัวน้อยที่ขาด ทั้งพ่อทั้งแม่ แต่ยังสามารถยิ้มแย้มและใช้ชีวิตร่าเริงในวัยเด็กได้ เปรียวเริ่มทบทวนทุกสิ่ง ตุ๊กตาหมีตัวน้อยของ อามีนะห์ ทำให้เธอเข้าใจความหมายของชีวิต การอยู่เพื่อคนอื่น เธอจึงก้าวพ้นความเสียใจ และเริ่มจับ ไวโอลินแสนรักขึ้นมาเล่นเพื่อนๆ ในวงจึงได้เสียงไวโอลินที่หายไปของเปรียวกลับคืนมาอีกครั้ง ….

…………………………………………………………………………………………………

 

 

 

 

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

RSS Feed

No comments yet.

Leave a comment!

You must be logged in to post a comment.

<<

>>

Tag Cloud

3 ทศวรรษรางวัล ปฎิทินดีเด่น สุริยศศิธร AEC Brand Branding CEO csr CSV excomm-pr Thailand 3 Going green Marketing Plus Market Plus Me Magazine New media pr Pr Thailand PR อย่างไรให้โดนใจสื่อ ตอน PR ฝ่า และฟื้นวิกฤต PR แผนใหม่ลดโลกร้อน PSCMT Social Media TPRA กลยุทธ์การสื่อสาร กลยุทธ์สื่อสารแบรนด์ การสื่อสารภาพลักษณ์ การสื่อสารองค์กร คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ งาน 38 ปีรามคำแหง เสวนา "ส่องกระจกมองราม" ตามรอยพ่อ ใช้พลังงานอย่างพอเพียง บทสัมภาษณ์ พฤติกรรมผู้บริโภค พิธีมอบรางวัล และนิทรรศการปฎิทินดีเด่นรางวัล "สุริยศศิธร" ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติฯ รอบรู้อาเซียน รางวัลกิตติคุณสัมพันธ์ “สังข์เงิน” รางวัลความสำเร็จในวิชชาชีพ รามคำแหง 38 ปี สมาคมประชาสัมพันธ์ไทย สร้างแบรนด์ สื่อสารการตลาด สื่อสารภาพลักษณ์ สื่อสารแบรนด์ หนังสือเล่มล่าสุด เลือกตั้ง 2554 เสวนา เชิงวิชาการ PR แบรนด์ โครงการ เติมฝัน ปันความรู้ สู่สังคมไทย โซเชียล มีเดีย
Copyright © 2021 - ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ ประชุมสัมมนา.
Website powered by WordPress and Asero wordpress theme designed by TopTut.com & TopWPThemes.com.
Visit WebHostingFan.com for the latest news on web hosting and cms review.