Royal Wedding : ภาพลักษณ์ของอังกฤษและราชวงศ์วินด์เซอร์


5669675902_66d5715258

ผ่านพ้นไปอย่างงดงามสำหรับพิธีเสกสมรส ระหว่างเจ้าชายวิลเลียม และ เคต มิดเดิลตัน ที่สามารถตรึงความสนใจจากชาวโลกนานาประเทศกว่า 2 พันล้านคนที่เฝ้าสนใจติดตามขั้นตอนการเสกสมรส “ปรินซ์วิลเลียม-เคต” โดยเฉพาะฉากสำคัญที่ เฝ้ารอชม ก็คือวินาทีที่เจ้าชายวิลเลียมทรงจุมพิตพระชายาที่ระเบียงพระราชวังบักกิงแฮม โดยมีเหล่าสมาชิกราชวงศ์อังกฤษเกือบทุกพระองค์ ออกมาพบปะชาวโลกที่รอคอยการถ่ายทอดสดและการเผยแพร่ด้วยพร้อมเป็นสักขีพยานในความรักครั้งประวัติศาสตร์อีกครั้งของโลกอย่างใจจดจ่อ

การเสกสมรสครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ ที่เป็น”พิธีหยุดโลก” โดยเฉพาะในโลกของสื่อ ที่ต้องติดตามนำเสนอกันอย่างใกล้ชิด จนอาจกล่าวได้ว่าข่าวงานเสกสมรส นี้ท่วมพื้นที่สื่อจน เป็นกระแสคลั่งไคล้ ด้วยเรื่องราวและปัจจัยที่น่าติดตามของการเป็น ราชวงศ์วินด์เซอร์แห่งอังกฤษ กับการสละโสดของ เจ้าชายวิลเลียมแห่งเวลส์ รัชทายาทอันดับสองแห่งราชบัลลังก์อังกฤษ กับสาวสามัญชน แคทเธอรีน เอลิซาเบธ มิดเดิลตัน ลูกสาวของอดีตแอร์โฮสเตส และสจ๊วร์ตแห่งสายการบินบริติชแอร์เวย์ จึงกลายเป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ เวิลด์ มาเป็นแรมปีและโหมกระพือรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งวันเสกสมรส

สำหรับเมืองไทยแล้ว ผมว่าคงไม่น้อยหน้าประเทศใด นับจากช่วงการถ่ายทอดสด ที่ถนนในเมืองใหญ่ต่างโล่ง และหน้าจอโทรทัศน์ของทุกบ้านต่างเปิดชมพิธีการอันสำคัญ ดังกล่าว

จึงเป็นที่น่าสนใจว่าเพราะเหตุใดชาวโลกจึงต่างติดตาม รอคอย วันสำคัญนี้ และทำให้อดวิเคราะห์ไม่ได้ การจัดการภาพลักษณ์นับเป็นส่วนสำคัญที่ต้องบริหารจัดการในทุกภาคส่วนกันอย่างเป็นกระบวนการที่น่าสนใจมิใช่น้อย

สำนักข่าว เอเอฟพี ได้รายงานว่า พิธีนี้ นับเป็นโอกาสอันสำคัญยิ่งที่สถาบันกษัตริย์ซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลกอย่างราชวงศ์วินด์เซอร์ จะกอบกู้ภาพลักษณ์ให้กลับมางดงามอีกครั้ง หลังต้องเผชิญข่าวที่ไม่สู้ดีนักตลอดหลายปีที่ผ่านมา

หากเราติดตามก็จะเห็นได้ว่าพิธีเสกสมรสได้มีการถูกวางแผนและจัดเตรียมไว้อย่างเหมาะสม ลงตัว รัดกุมที่สุด มีแผนสำรองรองรับในทุกขั้นตอนเพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น
หากย้อนไป ในปี ค.ศ. 1992 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้เคยตรัสไว้ครั้งหนึ่งว่า สิ่งที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์อังกฤษก็คือ “การเป็นปีอันย่ำแย่”   ซึ่งในปีนั้นมีเหตุการณ์ที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และเจ้าหญิงไดอาน่าทรงแยกทาง หลังจากที่เมื่อ 11 ปีก่อนหน้านั้นได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสอย่างใหญ่โต
ขณะเดียวกัน ในปี ค.ศ. 1992 ยังเป็นปีที่มีข่าวการล้มเหลวด้านชีวิตรักของพระราชโอรสและพระราชธิดาอีกหลายพระองค์ด้วย ทั้งคู่ของเจ้าฟ้าชายแอนดรู กับ ซาราห์ เฟอร์กูสัน รวมถึงเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ กับ  มาร์ก ฟิลลิปส์  รวมถึง  พระราชวังวินด์เซอร์ซึ่งเป็นที่ประทับที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่ทรงโปรดปราน ก็ถูกเพลิงไหม้เสียหายภาย ในปีเดียวกันนั่นเอง
ในปี ค.ศ. 1996 สื่อต่างได้ติดตาม และนำเสนอข่าวความสัมพันธ์ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และเจ้าหญิงไดอาน่าในเชิงซุบซิบมากมาย  หลายฉบับลงข่าวชนิดเกาะติดของทั้งสองพระองค์อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งการประกาศการหย่าร้างอย่างเป็นทางการ จนถึงปี ค.ศ.1997 เจ้าหญิงไดอาน่า ได้สิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ จากการถูกไล่ล่าโดยช่างภาพปาปารัซซี่ในอุโมงค์ที่กรุงปารีส

เหตุการณ์นี้ทำให้ราชวงศ์อังกฤษก้าวเข้าสู่การเผชิญกับปัญหาภาพลักษณ์ อย่างรุนแรงเมื่อชาวอังกฤษต่างโศกเศร้า อาลัยและกระแสคลั่งไคล้ การแสดงอารมณ์รัก ผูกพันและเห็นว่าพระราชวงศ์มีท่าทีให้ความสนใจที่น้อยเกินไปต่อการจากไปของ “เจ้าหญิงขวัญใจปวงชน”

ปี ค.ศ. 2002 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งเป็นปีวโรกาสงานพระราชพิธีกาญจนาภิเษกสมโภช  ในปีนั้น พระองค์ได้เสด็จฯ ดินแดนเครือจักรภพเพื่อเยี่ยมเยียนประชาชน รวมถึงยังได้ทรงให้การตอบสนองวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศด้วยการทรงรับนโยบายลดรายจ่ายของราชการในปี  ค.ศ. 2010 ซึ่งรวมถึงการหักค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และทรงยินยอมลดงบประมาณสำหรับพระราชวงศ์ลง 14 % เหลือเพียง 38.2 ล้านปอนด์ ในระหว่างปี ค.ศ. 2012-2013

ด้านความรักของพระราชวงศ์ นั้น เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ได้ทรงอภิเษกสมรสใหม่อีกครั้งกับ คามิลลา ปาร์กเกอร์ โบว์ลส ซึ่งยังไม่ค่อยได้รับการยอมรับในช่วงแรก แต่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จากการทำงานเพื่อสังคมและการปรับเปลี่ยนบุคลิกในหลายด้านของ คามิลลา ปาร์กเกอร์ โบว์ลส ได้อย่างน่าสนใจ

ขณะที่เจ้าชายแฮร์รี พระโอรสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ กับเจ้าหญิงไดอาน่าผู้ล่วงลับ ซึ่งเคยได้ฉายาว่า “เจ้าชายรักสนุก” (The Party Prince) จากการโปรดปรานชีวิตยามค่ำคืน ก็ทรงเข้ารับราชการทหาร และเปลี่ยนภาพลักษณ์พระองค์เองเป็นชายหนุ่มผู้มีวุฒิภาวะ ข่าวสารด้านการทหารถูกนำเสนอเป็นระยะ  จนกระทั่งทรงเป็นขวัญใจชาวอังกฤษอีกพระองค์หนึ่ง ส่วนข่าวของ เจ้าชายฟ้าชายแอนดรู และอดีตพระชายา ซาราห์ เฟอร์กูสัน ก็เริ่มจางหายไป
ดิกกี อาร์บิเตอร์ อดีตราชเลขาธิการฝ่ายสื่อมวลชนในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่าว่า “ราชวงศ์วินด์เซอร์คือผลพวงแห่งการเปลี่ยนแปลงตลอด 1,000 ปีที่ผ่านมา และจะสามารถมีแนงทางที่ชัดเจนต่อการปรับตัวเข้ากับศตวรรษที่ 21 ได้อย่างแน่นอน”

จากคำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่า พระราชวงศ์ในศตวรรษที่ 21 ในวันนี้ ให้ความสนใจต่อเรื่องภาพลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง หลายเหตุการณ์ได้แสดงให้เห็นถึงการจัดการที่เป็นระบบ เป็นการปรับภาพลักษณ์ของ สะท้อนวิถีทางของราชวงศ์ที่เน้นการเข้าหามวลชนมากยิ่งขึ้น

อารอน เอ็ดเวิร์ดส์ จากสำนักข่าวเอพี โดย เอ่ยถึง สถานะของราชวงศ์วินเซอร์ในโลกยุคสื่อครองโลก ที่เปลี่ยนแปลงจาก “ผู้ปกครอง” เป็น “เซเลบบริตี้” ที่เข้ามาอยู่ในจินตนาการเปี่ยม สีสันของประชาชนและต้องการจับต้องได้ และต้องเข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด
ดังนั้น เรื่องราว   เคต  หญิงสาวสามัญชนจากเบิร์กเชียร์ ที่พบได้พบรักกับเจ้าชายวิลเลียมใน ค.ศ. 2001 ที่มหาวิทยาลัยยูนิเวอร์ซิตี้ออฟ เซนต์แอนดรูวส์  ที่ได้การคบหาดูใจมาถึงปี ค.ศ. 2007  ทั้งคู่ก็เลิกรากันไปหลายเดือน และลดระดับ เป็นเพียงเพื่อนก่อนจะกลับมาเป็นคู่รักอีกครั้งในปลายปีเดียวกัน และเคตก็ได้รับการเปิดตัวในฐานะ “แฟนสาว” พร้อมกับการปรับภาพลักษณ์จากผู้หญิงสาวรุ่นที่มีความสวยเก๋  มาเป็นหญิงสาวที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจเรียบหรูดูสง่างาม สามปีต่อมา ทั้ง สำนักข่าวพระราชวังของเจ้าชายวิลเลียมก็ประกาศการหมั้นหมายอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ.2010 ตามด้วยระบุวันเสกสมรส วันที่ 29 เมษายน ค.ศ. 2011อันเป็นวันที่ชาวโลกรอคอย
สื่อหลายแห่งได้รายงานว่า ภาพลักษณ์และข่าวต่างๆ เหล่านี่ ได้ดำเนินการผ่าน ทีมงานประชาสัมพันธ์ที่มีความเชี่ยวชาญสูงมากสำหรับการบริหารภาพลักษณ์( Image Management )ให้กับราชวงศ์ ไม่ต่างจากการปรับโฉมภาพลักษณ์ใหม่ (Re-Branding) ในโลกของการดำเนินธุรกิจเลยทีเดียว นอกจากการลำดับประเด็น ดังที่กล่าวมาแล้การบริการสื่อ ก็เป็นสิ่งที่น่าติดตามไม่น้อย

ภาพลักษณ์ของ ราชวงศ์วินเซอร์ผ่าน Social Media

ในยุคที่ Social Media มีบทบาทสำคัญ เข้าถึงง่ายและสื่ออยู่รอบตัวได้ทั้งความแรงและความรวดเร็ว  ในปี ค.ศ.  2010 ได้มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างพระราชวงศ์กับสาธารณชนด้วยการ การเปิดเพจใน facebook และ   twitter การมี Website อย่างเป็นทางการของพิธีเสกสมรส www.officialroyalwedding2011.org ที่คอย Update เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของราชวงศ์อังกฤษ   ให้ประชาชนเห็นและมีส่วนร่วม ประเดิม ด้วย สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรง “ทวีต” ทักทายสาธารณชน

การรายงานความคืบหน้า  เกี่ยวกับพิธีเสกสมรส ทางสำนักข่าวส่วนพระองค์ของเจ้าชายวิลเลียม ได้เตรียมการที่ Upload งานพิธีสดๆ พร้อม Commentator ผ่าน Web Blog     นอกจากนี้ยังมี สมุดร่วมลงนามถวายพระพร เป็นรูปแบบวิดีโอทาง Online เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมลงนามมีทั้งการแพร่ภาพแบบ streaming online ตลอด 4 ชั่วโมงของงานราชพิธีตั้งแต่ราชพิธีในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ แอ็บบี้ เส้นทางขบวนเคลื่อนสู่พระราชวังบัคกิ้งแฮม และการปรากฏตัวคู่บ่าวสาวทางหน้ามุขของบัคกิงแฮม ผ่าน ทาง YouTube และการอัพเดตทาง Twitter , Facebook และ ขึ้นภาพจากงานผ่านทาง  Flickr.com เว็บแชร์ภาพ ไปพร้อมๆกันด้วยกันสด ๆ ตลอดเวลา รวมถึงปรากฏการณ์ Royal Wedding apps มากมายจนท่วม appstore หรือร้านขายแอพพลิเคชั่น ที่ให้ลูกค้าดาวน์โหลดลงมือถือ iPhone, แทบเล็ต  iPad ไปจนถึงระบบของแอนดรอยด์  ที่มีทุกอย่างเพื่อตอบสนองความสนใจของผู้คนต่อพิธีเสกสมรสครั้งนี้

ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน มีจำนวนโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับพิธีเสกสมรสบนสื่อออนไลน์ เป็นจำนวนมาก โดยสถิติการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพิธีเสกสมรสผ่าน Google พบว่า นอกจากเรื่องของ“ปรินซ์วิลเลียม-เคต” ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของแหวน ชุดวิวาห์ บทสัมภาษณ์และเรื่องราวครอบครัวของเคต ต่างเป็นหัวข้อยอดนิยมในการค้นหาข้อมูลนับจากมีการประกาศข่าวหมั้นนับจากเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2010  และชื่อที่ถูกสืบค้นมากที่สุด  คือเคต มิดเดิลตันทั้งในการสืบหาข้อมูลจากแคนาดา ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และอินโดนีเซียนั้นมีสูงพอๆกับในอังกฤษโดยสหรัฐเป็นประเทศเดียวที่มีสถิติสืบค้นเรื่อง    เจ้าชายวิลเลียม สูงสุด

หน่วยงานภาครัฐและเอกชนของอังกฤษ ต่างให้ความสนใจ ขานรับ ขยับตัวอย่างเต็มที่สำหรับแคมเปญสร้างความน่าสนใจให้กับอังกฤษ  เช่น Visit London ที่เปิดขายแพคเกจการเที่ยวตามรอยคู่รักราชวงศ์ดังนี้ และ  Website  http://www.direct.gov.uk/ ที่มีข้อมูลสำหรับผู้ต้องการมาเยือนอังกฤษในช่วงเวลาดังกล่าว  การบอกข้อมูลจำเป็นอื่นๆ ที่จะอำนวยความสะดวกผู้เดินทางมาร่วมงาน เช่น รายละเอียดต่างๆ  เส้นทางของขบวน   ขณะที่มีการคาดการณ์ว่า จะมีผู้ไปเยือนลอนดอน  ไม่น้อยกว่า 6 แสนคนในช่วงเวลาดังกล่าว

พิธีเสกสมรสเพื่อสังคม

เป็นธรรมดาที่พิธีเสกสมรสของพระราชวงศ์นั้น มักจะได้รับของขวัญหรูหราราคาแพงสมฐานะ ในงานมงคลดังกล่าว  แต่จากการที่ เจ้าชายวิลเลียมและเคต ได้แถลงผ่านเว็บไซต์ ก่อนพิธีสำคัญจะมาถึงว่า ขอให้ผู้ที่ประสงค์ให้ของขวัญแก่ทั้งสอง เป็นการขอรับบริจาคเพื่อการกุศลแทนของขวัญโดยได้พิจารณาบริจาคเข้าองค์กรการกุศลแทน และได้เปิด Website  เพื่อให้รายละเอียดเกี่ยวกับองค์การกุศลและข้อมูลการบริจาค เพื่อบุคคลที่อยากบริจาคตามความสนใจให้แก่องค์กรด้านใดเป็นพิเศษ จะได้เลือกได้ตามความสนใจ เช่น องค์กรช่วยเหลือเด็ก องค์กรสนับสนุนสร้างอนาคตผ่านศิลปะหรือกีฬา สนับสนุนคนทำงานด้านสังคมสงเคราะห์และครอบครัว หรือองค์กรเพื่อสนับสนุนคนรุ่นใหม่ หนึ่งในนั้นก็มีองค์กรการกุศลเกี่ยวกับช้างของไทยด้วย ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่และสร้างกระแสของการจัดพิธีเสกสมรสเพื่อสังคม ได้อย่างรวดเร็ว

การเข้าถึงประชาชน

ในพิธีสำคัญนี้ นอกจากทั้งสองได้เชิญแขกผู้มีเกียรติบุคคลชั้นนำจากในอังกฤษและทั่วโลก ร่วมงานจำนวนมากแล้ว  ยังได้มีการเชิญสามัญชนร่วมงานมาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสนี้ด้วยไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงานการกุศล เพื่อนบ้านของครอบครัวมิดเดิลตันจากหมู่บ้านเบิร์กเชอร์ ในเมืองบัคเคิลบิวรี อาทิ นายจัน ซิงคาเดีย และภรรยาเจ้าของร้านขายของชำเชื้อสายอินเดีย ที่บอกว่าหลังได้รับการ์ดเชิญเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่าดีใจอย่างบอกไม่ถูก ตนรู้จักกับเคตมา 6 ปีแล้ว และเคตเคยพาเจ้าชายวิลเลียมไปที่ร้านสามถึงสี่ครั้ง นอกจากนี้ ยังมีคนขายเนื้อที่ส่งเนื้อให้แก่ครอบครัวมิดเดิลตันเป็นประจำ  บุรุษไปรษณีย์ และเจ้าของผับที่เจ้าชายวิลเลียมและเคตเคยไปด้วย  คนเหล่านี้แม้รู้จักเคทมานานหลายปี แต่ก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้รับเชิญให้ได้รับเกียรติไปงานนี้

ขณะที่ แคธี่ นิโคลส์ ผู้เขียนหนังสือชีวประวัติของเคท มิดเดิลตัน ก็ถูกคาดหมายว่าจะได้รับค่าตัวไมต่ำกว่า 100,000 ดอลล่าร์สหรัฐ (ราว สามล้านบาท) สำหรับการให้ข้อมูล เป็นที่ปรึกษาและร่วมแสดงความเห็นในรายการหรือในสื่อของตัวเองและจากค่าตัวการ Comment เรื่องราวต่างเกี่ยวกับงานนี้ ให้กับทาง NBC , CNN และ นิตยสารบันเทิงชื่อ Extra ด้วย

สิ่งที่จะเกิดขึ้นวันนี้ไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่เท่านั้น เป็นความสัมพันธ์แบบใหม่ระหว่างพระราชวงศ์อังกฤษกับประชาชนแต่เป็นหนังสือเล่มใหม่ที่บอกเล่าเรื่องราวของพระราชวงศ์กับประเทศชาติ” เป็นการสรุปประเด็นข่าวนำ จาก หนังสือพิมพ์ เดอะ ไทม์ส /เทเลกราฟ / บทบรรณาธิการของ การ์เดียน  รวมถึงสื่อต่างๆ ได้รายงานชี้ไปแนวทางเดียวกัน

ว่า การเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียม กับ เคต จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ได้ใจคนรุ่นใหม่ ทั้งยังเป็นเรื่องน่าดีใจที่การเปลี่ยนแปลงทั้งหลายทั้งปวงได้เกิดขึ้น รวมถึงที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ขณะที่สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ยังทรงอยู่ในราชบัลลังก์ ทำให้มองเห็นถึงความต่อเนื่องและแนวโน้มของสถาบันว่าจะเป็นไปในทิศทางใด
ถือเป็นยุคใหม่ของการบริหารภาพลักษณ์แห่งราชวงศ์อังกฤษ
ดังนั้น พระราชพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียม และ เคต มิดเดิลตัน นอกจากจะสร้างความน่าสนใจทั้งแก่ชาวอังกฤษทั้งประเทศ และชาวโลกแล้วยังได้เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนทั้งภาพลักษณ์ของอังกฤษ รวมถึงประเด็นเรื่องของภาพลักษณ์ของราชวงศ์วินด์เซอร์ ตลอดจนและความเปลี่ยนแปลงหลายด้านที่เกิดขึ้นอังกฤษ ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และติดตามอยู่ไม่น้อย

ดร. พจน์  ใจชาญสุขกิจ


………………………………………………………………………………………………..

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

RSS Feed

No comments yet.

Leave a comment!

You must be logged in to post a comment.

<<

>>

Tag Cloud

3 ทศวรรษรางวัล ปฎิทินดีเด่น สุริยศศิธร AEC Brand Branding CEO csr CSV excomm-pr Thailand 3 Going green Marketing Plus Market Plus Me Magazine New media pr Pr Thailand PR อย่างไรให้โดนใจสื่อ ตอน PR ฝ่า และฟื้นวิกฤต PR แผนใหม่ลดโลกร้อน PSCMT Social Media TPRA กลยุทธ์การสื่อสาร กลยุทธ์สื่อสารแบรนด์ การสื่อสารภาพลักษณ์ การสื่อสารองค์กร คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ งาน 38 ปีรามคำแหง เสวนา "ส่องกระจกมองราม" ตามรอยพ่อ ใช้พลังงานอย่างพอเพียง บทสัมภาษณ์ พฤติกรรมผู้บริโภค พิธีมอบรางวัล และนิทรรศการปฎิทินดีเด่นรางวัล "สุริยศศิธร" ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติฯ รอบรู้อาเซียน รางวัลกิตติคุณสัมพันธ์ “สังข์เงิน” รางวัลความสำเร็จในวิชชาชีพ รามคำแหง 38 ปี สมาคมประชาสัมพันธ์ไทย สร้างแบรนด์ สื่อสารการตลาด สื่อสารภาพลักษณ์ สื่อสารแบรนด์ หนังสือเล่มล่าสุด เลือกตั้ง 2554 เสวนา เชิงวิชาการ PR แบรนด์ โครงการ เติมฝัน ปันความรู้ สู่สังคมไทย โซเชียล มีเดีย
Copyright © 2021 - ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ ประชุมสัมมนา.
Website powered by WordPress and Asero wordpress theme designed by TopTut.com & TopWPThemes.com.
Visit WebHostingFan.com for the latest news on web hosting and cms review.