หลักการเพิ่มศักยภาพการเขียนให้เป็น Content ที่มี Impact

หลักการเพิ่มศักยภาพการเขียนให้เป็น Content ที่มี Impact

1.ให้ความสำคัญ กับเนื้อหารที่เขียน ให้ชัดเจน สะดวกต่อการใช้งาน น่าสนใจ กระชับ และสามารถเข้าถึงรายละเอียดได้โดยเฉพาะช่องทางเว็บไซต์ จะเป็นช่องทางหลักที่ควบคู่ไปกับสื่ออื่น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อ่าน ทั้งที่อ่านกับหน้าจอใหญ่ และให้แสดงผลได้ดีบนสมาร์ทโฟน ซึ่งยุคนี้เป็นยุคของมือถือ จากการสำรวนในปี 2015 แม้แต่การเข้าห้องน้ำของคนอเมริกันจำนวน 85% ยังต้องเอาโทรศัพท์มือถือเข้าไปดูด้วย การมีเนื้อหาในเว็บไซต์ที่อ่านสะดวกบนหน้าจอทุกขนาด ก็เป็นสิ่งที่พึ่งกระทำอย่างยิ่ง

2. สร้างกลยุทธ์ Two Way Communication ทั้ง Email และช่องทางอื่น ๆ แน่นอนว่าการสื่อสารผ่าน Email ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ยังคงใช้ได้ดีเสมอ สื่อออนไลน์ทุกช่องทางควรมีช่องทางเพื่อสะดวกในการติดต่อกลับ เพื่อขอรับข่าวสารจากแบรนด์ ส่วนทางด้านแบรนด์หากมีข่าวสารใหม่ มีสินค้า บริการนำเสนอ สามารถที่จะส่งข้อมูลเหล่านี้ได้โดยตรง โดยวางระบบการจัดการฐานข้อมูล และสร้างกิจกรรมในการสนับสนุนความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่อง

3. ดูแลหน้าเว็บไซต์ และช่องทางสื่อ ที่สัมพันธ์กันให้เป็นมิตรกับเสิร์ชเอนจิ้น Search Engine Otimization (SEO) ไม่ปล่อยให้เนื้อหานิ่ง ทิ้งค้างไว้นานโดยไม่มี Content ใหม่เพิ่มเติม ในส่วนของชื่อเรื่อง ตัวอักษรไม่ควรเกิน 60 ตัวอักษร เพื่อความสะดวกแก่การค้นหาผ่าน google เนื้อหาควรปรับแต่งให้มี Keywords ที่ได้กำหนดไว้ในแต่ละเนื้อหา 3 คำ เนื้อหาของเรื่องราวต้องสอดคล้องกับ Keywords สำคัญ ๆ ที่เกียวข้องกับสินค้า และบริการ ตามกระแส ตามความสนใจ และเทศกาลต่าง ๆ ที่รวดเร็ว ไม่ตกยุคหรือล่าช้า การแทรกเนื้อหาที่สอดคล้องกับ Keywords ต้องแนบเนียน ไม่ยัดเยียดเกินไป อ่านแล้วสามารถจับใจความได้ตามต้องการ

4. การสนับสนุนข้อมูล รายละเอียด ด้วย LINK และแหล่งอ้างอิงนอกจากการอธิบายเนื้อหาที่เขียนแล้ว การอำนวยความสะดวกเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย ควรใส่ LINK ให้กับเนื้อหา เพื่อโยงไปยังหน้าเว็บไซต์ หรือระละเอียดอื่น ๆ เป็นอีกวิธีที่ช่วยได้เป็นอย่างดีที่ผู้รับสารจะเกิดความสะดวกในการค้นคว้า หรือตัดสินใจต่อเนื่อง

5. หลีกเลี่ยงการเขียนซ้ำไปมา และมีจำนวนอักษรซ้ำมากเกินไป ในการเขียนไม่ควรวกวน หรือใช้คำ คำเดียวซ้ำกันไปมาใน 1 ย่อหน้า โดยในแต่ละย่อหน้า ควรมีตัวอักษรไม่เกินประมาณ 150 ตัวอักษร ซึ่งในการเขียนใน Microsoft word จะมีตัวคำนวณอักษรไว้ให้

6. ใช้ภาพประกอบ กราฟฟิค และวิดิโอเป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนเนื้อหา หรืออาจเป็นหลักในบางครั้ง จะเห็นได้ว่า Video Content ได้รับความนิยมสูงมาก ตัวอย่างเช่น Facebook ก็ปรับการเข้าถึงเนื้อหาประเภทวิดิโอให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นกว่าเนื้อหาอื่น ๆ ในปีนี้ ดังนั้น ควรใช้ภาพประกอบ กราฟฟิค และวิดิโอมาใช้ในการสื่อสารให้มากขึ้น

7. สร้างความน่าสนใจด้วยเครื่องหมายวรรคตอน การทำตัวหนา หรือตัวเอน ตลอดจนเครื่องหมายคำพูด  ขีดเส้น เว้นวรรค เพื่อเน้นหรือทำให้เกิดความแตกต่าง เป็นอีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย รวมถึงการใช้ย่อหน้า และขึ้นบรรทัดใหม่ให้เหมาะสมด้วย

8. Creative Content ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอจะยังคงเป็นหนทางที่เพิ่มความสำเร็จในการสื่อสารได้เป็นอย่างดี การมีบุคคลที่น่าสนใจแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ บทความที่เกี่ยวข้อง และเป็นประโยชน์ให้กับกลุ่มเป้าหมาย หากเนื้อหา Content นั้นมีประโยชน์จริง ถูกใจ โดนใจ สื่อถึงอารมณ์ผู้ที่ได้อ่านหรือได้รับชม ก็จะเกิดการบอกต่อ ซึ่งมีประโยชน์มากต่อตัวแบรนด์เอง

9. ติดตาม ประเมิน ความเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ หมั่นติดตามผลลัพธ์ ประเมินวิเคราะห์ข้อมูลทั้งในรายวัน รายสัปดาห์ และในแต่ละเดือน รวมไปถึงการวัดผลเนื้อหา ข้อมูลที่เขียนกิจกรรมที่ได้สื่อสาร ที่ได้ทำไปแล้วว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีมากน้อยเพียงไร เพื่อนำไปปรับใช้ในครั้งต่อไป หรือแก้ไขได้ทันท่วงทีหามีข้อผิดพลาด

ดร.พจน์  ใจชาญสุขกิจ

 

ภาพประกอบจาก www.pixabay.com

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

RSS Feed

No comments yet.

Leave a comment!

You must be logged in to post a comment.

<<

>>

Find it!

Copyright © 2020 - ความรู้ด้านการประชาสัมพันธ์ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับ ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ.
Website powered by WordPress and Asero wordpress theme designed by TopTut.com & TopWPThemes.com.
Visit WebHostingFan.com for the latest news on web hosting and cms review.