ให้คำปรึกษา ดุษฎีนิพนธ์

สวัสดีค่ะดร.พจน์

หนูขอรบกวนขอเรียนปรึกษาและขอความคิดเห็นจากท่าน เกี่ยวกับการเลือกทฤษฎีที่จะนำมาใช้ในการอธิบายดุษฎีนิพนธ์ของหนูค่ะ ไม่ทราบอาจารย์ลืมหรือยังค่ะ หนูทำเรื่อง “ภาพลักษณ์โรงแรมบูติค : เกณฑ์และกลยุทธ์การจัดการที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมเชียงใหม่” หนูจะใช้ทฤษฎีการเลือกรับสาร (Selective Exposure Theory) มาอธิบาย ซึ่งเท่าที่อ่านทฤษฎีนี้สอดคล้องกับประเด็นที่อยากทำ เพราะในจุดประสงค์ข้อหนึ่งหนูศึกษาเกี่ยวกับช่องทางในการรับรู้เอกลักษณ์ของโรงแรมบูติค และหนูมองว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่ควรทราบก่อนจะทำกลยุทธ์ ไม่ทราบว่าอาจารย์พอจะแนะนำได้ไหมค่ะว่า ทฤษฎีเล็กไปสำหรับป.เอกหรือเปล่า และถ้าใช้ได้หนูควรจะใช้หนังสือเล่มไหนอ้างอิง เพราะตอนนี้หนูหาใน Net แต่มีน้อยมากค่ะ หนูจึงเรียนมาปรึกษาค่ะ

ขอขอบพระคุณในความอนุเคราะห์ค่ะ

สวัสดีครับ

สำหรับ ประเด็นไม่เล็กหรอกครับเพราะตอนนี้ บูติคโฮเทล โตเป็นดอกเห็ด มีบทบาทกับการเติบโตเรื่องการท่องเที่ยวของประเทศมาก
รวมถึงมีผลต่อการปรับเปลี่ยนวิธีการบริโภคของผู้คนด้วย ทั้งในและต่างประเทศ

แต่ลำพังเรื่องการรับรู้ กับเรื้อง Image ไม่น่าจะเอาอยู่ ต้องทำประเด็นให้ใหญ่ขึ้นสมเป็นงาน ป.เอก อาจต้องให้เชื่อมโยงกับเรื่อง
การท่องเที่ยว : ของประเทศ /การเชื่อมโยงกับเรื่องภาพลักษณ์ของประเทศ / คุณภาพการบริการ  ความคาดหวังของผู้บริโภค / ปัจจัยที่สร้างการเติบโตทั้งธุรกิจและภาพลักษณ์  มองเรื่องความยั่งยืนในระยะยาวด้วย

ถ้าบอกแบบนี้ คงหาทฤษฏี มาประกอบไม่ยากนะครับ ทฤษฎีพฤติกรรมผู้บริโภค/ ทฤษฎีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม /ทฤษฎีที่เกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจ/เรื่องการบริการ / การประกอบธุรกิจแบบยั่งยืน /ทฤษฎีทางการตลาด / สื่อสารทางวัฒนธรรม – การตลาด – Image – Brand
/ การจัดการองค์กรแนวใหม่ / การสื่อสารอัตลักษณ์ของ Brand ก็น่าสนใจ

เวลาศึกษาเรื่องอะไร คงไม่มีตำราเล่มไหนเขียนไว้ให้เราแบบสมบูรณ์ มิฉะนั้นเราคงไม่ต้องมาศึกษาอีก เพราะมีคนคิด หาข้อสรุปไว้ให้แล้ว บางเล่ม 300 หน้า แต่มีแนวคิดเจ๋งๆ3-4  บรรทัด อันนี้ ต้องสกัดเอาเอง

ดังนั้น เราต้องเอาเรื่องเหล่านั้นมาดูให้รอบทุกด้าน ลองสรุปอีกทีครับ ว่าจะใช้เรื่องใดมาจับหลักๆ ไม่น่าจะต่ำกว่า 4 -5 แนวคิดนะครับ
ผมเคยเอาทฤษฎี เกือบ 10 เรื่อง มาวางเป็นกรอบแนวคิดสร้าง Model ใหม่ ก็ท้าทายดี

ผมมีสูตรในการทำงานอย่างหนึ่งก็คือ ต้องลงมือก่อน จึงจะรู้ว่าอะไรใช่ หรือไม่ใช่ ไม่มีอะไรสมบูรณ์เมื่อเริ่มต้น ลงมือแล้ว / ทำไปแก้ไป / ปรับเปลี่ยนได้ ตามเหตุปัจจัย ดีกว่ารอ จนหมดเวลา เพราะหากจะให้ประสบความสำเร็จ เราต้องเดินเร็วกว่านาฬิกาโลก

เรียกว่าใจร้อน แต่มีสติน่าจะดีกว่าใจเย็น  รอให้มีทุกอย่างครบ กว่าจะลงมือก็ช้าไป จะเสียทั้งโอกาส ขาดทั้งประโยชน์อันนี้ไม่ใช่ และไม่แนะนำ

ข้อมูล * สถานการณ์ทุกเรื่อง ตอนนี้ เปลี่ยนได้ทุกนาทีที่ว่าใช่เมื่อวาน / พรุ่งนี้ก็เป็นอีกเรื่อง

เป็นกำลังใจให้อีกครั้งนะครับ

พจน์

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

RSS Feed

No comments yet.

Leave a comment!

You must be logged in to post a comment.

<<

>>

Find it!

Copyright © 2020 - ความรู้ด้านการประชาสัมพันธ์ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับ ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ.
Website powered by WordPress and Asero wordpress theme designed by TopTut.com & TopWPThemes.com.
Visit WebHostingFan.com for the latest news on web hosting and cms review.